English | ภาษาไทย
1. Sun Orientation

ผังอาคารและตำแหน่งหน้าต่าง ถูกจัดวางให้ป้องกันความร้อนจากดวงอาทิตย์ให้
ได้มากที่สุด แต่ก็ให้แสงธรรมชาติผ่านเข้ามาในอาคารมากพอ

ด้านทิศตะวันตกซึ่งโดนแดดตอนบ่ายเต็มๆ และโดนบล็อควิวระยะประชิดจาก
อาคารใกล้เคียง ถูกจัดให้เป็นพื้นที่ที่ไม่ได้อยู่อาศัย เช่น โถงบันได ห้องน้ำ และ
ห้องเก็บของ

ด้านทิศใต้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากแสงแดดเนื่องจากดวงอาทิตย์ในประเทศไทย
เคลื่อนตัวจากทิศตะวันออกไปตะวันตกโดยอ้อมทางทิศใต้  Facade อาคารฝั่ง
นี้จึงถูกออกแบบให้มีผนัง 2 ชั้น หรือ Double Facade โดยมีระแนงไม้อีกชั้น
เพื่อกรองความร้อนและสร้างเงาภายในอาคารที่จะเปลี่ยนตลอดทั้งวัน นอกจากนั้น
ทางทิศใต้ยังปลูกต้นไม้ใหญ่เพื่อกรองความร้อนอีกชั้น
ชื่อโครงการ: The Sundial House
ลูกค้า: Pichaon Yenprateep
สถานที่ตั้ง: บางขุนนนท์, กรุงเทพมหานคร
สไตล์: Brutalism, Minimalism
โครงสร้าง: โครงสร้างเหล็ก
ปี: 2015
สถาปนิก: สรรค์ เวสสุนทรเทพ
ออกแบบภายใน: นันทเดช สุทธิเดชานัย
การออกแบบอาคารได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาแดด (Sundial) ซึ่ง
ประกอบด้วย Gnomon หรือเข็มนาฬิกาที่ทำให้เกิดเงาพาดลงบนจาน
เพื่อบอกเวลา ตัวอาคารเปรียบเหมือน Gnomon หรือเข็มนาฬิกาที่สร้าง
เงาแดดทั้งภายในและภายนอกอาคารแตกต่างไม่ซ้ำกันในแต่ละชั่วโมง
ตลอด 365 วัน จะได้เงาที่ช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้านที่ไม่ซ้ำกันเลย

นอกจากนั้นอาคารถูกออกแบบให้เป็นอาคารที่มีความยั่งยืนด้านการใช้
พลังงาน แต่ใช้วิธีการลดการใช้พลังงานแบบ Passive คือไม่ได้ใช้
เทคโนโลยีทันสมัยราคาแพง แต่อาศัยการออกแบบ การจัดวางองค์
ประกอบอาคารให้สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อม เช่น แสง และลม โดยหลัก
อากาศพลศาสตร์ (Aerodynamic) ถูกนำมาใช้ทำให้ "ทุกห้อง" ใน
อาคารมีอากาศถ่ายเทและอยู่สบาย
2. Ventilation

หลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamic) ถูกนำมาใช้ในการออกแบบเพื่อ
ลดความร้อนภายในอาคาร  ทุกห้องของอาคารจะได้อากาศที่ถ่ายเทได้
สะดวกตลอดทั้งวัน  รูปทรงหลังคาถูกออกแบบให้รับลม และระบายลมร้อน
ออกโดยธรรมชาติไม่ต้องใช้ไฟฟ้า เพื่อป้องกันความร้อนสะสมใต้หลังคาซึ่ง
เป็นสาเหตุที่ทำให้ชั้นบนสุดของอาคารส่วนใหญ่มีอุณภูมิสูง

ผังอาคารถูกออกแบบให้ทุกห้องได้รับลมและมีอากาศถ่ายเท แม้แต่ห้องนอน
ชั้น 3 ซึ่งมีโถงทางเดินขวางทิศทางลม ถูกแก้ปัญหาโดยการติดตั้งหน้าต่าง
ที่ออกแบบพิเศษเพื่อระบายลม ซึ่งสามารถปิดได้เมื่อต้องการเปิดเครื่องปรับ
อากาศ

โถงบันได้ ทำหน้าที่เป็นช่องระบายความร้อนในแนวตั้ง (Vertical
Ventilation Shaft) พัดลมที่ติดตั้งบริเวณจุดสูงสุดของโถงบันไดจะทำ
หน้าที่ระบายความร้อนออกจากทั้งอาคารในวันที่ไม่มีลม โดยใช้หลักการ
ความร้อนลอยตัวขึ้นที่สูง
3. Moving Shade and Shadow

ทิศใต้ของอาคารเป็นทิศที่แสงแดดเปลี่ยนตลอดทั้งวันจากการที่ดวงอาทิตย์
เคลื่อนตัวจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกโดยอ้อมทางทิศใต้  ระแนงไม้ที่
ถูกติดตั้งและต้นไม้ใหญ่ที่ถูกปลูกทางทิศใต้จะสร้างเงาภายในอาคารที่จะ
เปลี่ยนตลอดเวลาไม่ซ้ำกันเลยทุกชั่วโมง ตลอด 365 วัน
4. Flexibility

เรามีการทำแบบทดสอบกับผู้อยู่อาศัย เพื่อประเมินความต้องการและลำดับความสำคัญของความต้องการก่อนเริ่มขั้นตอนการออกแบบ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการใช้พื้นที่ของผู้อยู่
อาศัยทุกข้อในพื้นที่ที่จำกัด พื้นที่ชั้นล่างถูกออกแบบให้มีความยืดหยุ่นสูงคล้าย Co-working Space เป็นพื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ มีมุมนั่งหลากหลาย สามารถรองรับแขกได้จำนวน
มากที่เจ้าของบ้านมักเชิญมาสังสรรค์ หรือทำงานที่บ้าน โต๊ะอาหารขนาดใหญ่จึงเป็นได้ทั้งที่ประชุม, ที่ทำงาน, ที่ทานอาหาร และพื้นที่เตรียมสำหรับทำเบเกอรี่
5. External Prospect Connection

เราให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและภูมิทัศน์ภายนอกอาคารมาก พื้นที่ภายในต้องมีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมนอกอาคารเป็นโจทย์ที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่งของโครงการออกแบบนี้ 
ผนังอาคารทิศเหนือเป็นกระจกและสามารถเปิดได้เกือบทั้งหมด ทางทิศเหนือมีต้นราชพฤกษ์เดิมสูงเท่ากับอาคาร 3 ชั้น ซึ่งเรารักษาต้นไม้ใหญ่ทุกต้นไว้ ไม่มีการตัด  แสงแดดทาง
อ้อม (Indirect Sunlight) ที่ตกกระทบต้นไม้เหล่านี้จะสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่นกับทุกห้องในอาคารเพราะทุกห้องในอาคารจะได้วิวทิศเหนือ 

นอกจากนั้นตำแหน่งของอาคารถูกตั้งอยู่ห่างจากคลองชักพระไปเพียง 75 เมตรทางทิศเหนือ คั่นด้วยบ้านสวนความสูง 1-2 ชั้น ดังนั้นชั้น 3 ของอาคารจะได้วิวสวนร่มรื่นและคลอง
ชักพระ พื้นที่สันทนาการแบบเปิดโล่งจึงถูกจัดอยู่บนชั้น 3
6. Holy Friendly

เราไม่ได้ออกแบบบ้านตามหลักความเชื่อ แต่ในขณะเดียวกันเราก็ไม่ต้องการสร้างบ้านที่สวยทันสมัยแต่ละเลยความเชื่ออันเป็นศิริมงคล  เพราะความเชื่ออันเป็นศิริมงคลถูกปลูกฝังอยู่กับคน
ไทยมานับร้อยปี  การจัดวางองค์ประกอบของอาคารและการตกแต่งภายในทุกส่วนไม่ขัดต่อความเชื่ออันเป็นศิริมงคล  หิ้งพระและตี่จู่เอี้ยะ ถูกจัดวางในตำแหน่งที่ดีที่สุด หันหน้าไปทางทิศที่
ดีที่สุด เป็นมงคลที่สุด โดยไม่ทำให้อาคารสูญเสียความสวยงามและความทันสมัย
บน, ล่าง: ด้านหน้าอาคาร
ล่าง: ด้านหลังอาคาร (ทิศเหนือ)
บน: ภาพแสดงการระบายอากาศห้องนอนชั้น 3
บน: บรรยากาศแสงเงาชั้น 3 ห้องพระและห้องนอน 2 ถูกคั่นด้วยพื้นที่สันทนาการเปิดโล่งรับลม
พื้นที่เปิดโล่งนี้ยังทำหน้าที่แยกห้องพระซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับนั่งสมาธิให้เป็นอิสระจากพื้นที่อื่นของอาคาร
บน: พื้นที่ทำงานภายในห้องนอนใหญ่ ได้รับแสงเงาจากระแนงไม้และต้นไม้ใหญ่ทางทิศใต้มาช่วยสร้างบรรยากาศ
บน: โต๊ะทางอาหารขนาดใหญ่ ใช้งานได้หลากหลาย และเคาน์เตอร์บาร์
บน: พื้นที่ชั้นล่างมีประตูบานเฟี้ยม สามารถเปิดเป็นพื้นที่เปิดโล่งเชื่อมต่อกับชานทางทิศเหนือซึ่งมีต้นไม้ใหญ่
ล่าง: ห้องนั่งเล่น
บน: ห้องพระ ซึ่งเจ้าของบ้านจะใช้เป็นพื้นที่นั่งสมาธิ  ถูกแยกออกเป็นอิสระจากส่วนอื่นของอาคาร ตกแต่งอย่างเรียบง่ายที่สุดเพื่อความสงบ และมีอากาศถ่ายเทสบายเหมาะแก่การนั่งสมาธิ
บน, ล่าง: บรรยากาศห้องนอนเล็ก (ชั้น 3) เป็นห้องที่ได้วิวสวนร่มรื่น และคลองชักพระ
บน: ห้องนอนใหญ่ ชั้น 2 มีพื้นที่นั่งทำงานอยู่หลังแผงปูน เพื่อป้องกันการรบกวนกันหากผู้อยู่อาศัยต้องการทำงานในขณะที่อีกคนต้องการพักผ่อน 
แผงปูนยังช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวในกรณีที่ไม่ได้ปิดม่านเนื่องจากหน้าต่างทางทิศตะวันออกชนกับบ้านเดิม
บน: ห้องนอนใหญ่ ชั้น 2 กระจกทิศเหนือสามารถเปิดได้ทั้งหมด สร้างความเชื่อมต่อกับพื้นที่ภายนอก หน้าต่างทางทิศใต้ให้แสงเงาจากต้นไม้และระแนงไม้ที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละชั่วโมง
นอกจาก Keystone 6 ข้อ ที่เป็นหัวใจในการออกแบบอาคารหลังนี้  Golden
Ratio หรือ "อัตราส่วนทองคำ" ถูกนำมาใช้ในหลายๆ ส่วนของอาคารเพื่อ
สร้างความงาม

Golden Ratio หรือ "อัตราส่วนทองคำ" เป็นค่าคงที่ทางคณิตศาสตร์ มีค่า
ประมาณ 1.618033 เป็นสัดส่วนที่ทำให้เกิดความงามตามธรรมชาติ สัดส่วน
นี้ถูกใช้มานับพันปี เช่น การออกแบบวิหาร Parthenon, ภาพเขียนของ
Leonardo da Vinci หรือแม้แต่สถาปนิกสมัยใหม่อย่าง Le Corbusier
และ Dali

ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Golden Ratio:
https://en.wikipedia.org/wiki/Golden_ratio
Copyright © 2016, 8020 syndicus co., ltd. All Rights Reserved.